GMM

2005/Dec/19

ปล. Block ตอนนี้หายไปพร้อมกับ Server Exteen เจ๊ง... ขอขอบคุณ Google Cached เลย copy กลับมาได้ แต่ผมคงเอา comment กลับมาไม่ได้มั๊งคับ เพราะเป็น login ของแต่ละคนอยู่... Comment ใหม่ละกัน :P (เอาให้เหมือนเดิมนะ ^_^)

อย่าเพิ่งด่า... ผมไม่ได้พิมพ์ผิด... ไม่ใช่เว็บผจก. (แต่ความจริง blog ผมพิมพ์ผิดบ่อยกว่าเว็บผจก.อีกมั๊ง :P) o(゚∀゚o)
ความจริงหนังชื่อ Densha Otoko ... แต่ผมเล่นคำ..♪ o(゚∀゚o) (o゚∀゚o) (o゚∀゚)o
เพราะเรื่องนี้จะเน้นเรื่องของ Otaku เยอะ เดี๋ยวจะอธิบายว่า Otaku คืออะไร เอาตัวเรื่องที่จะพูดถึงก่อน

Densha Otoko (電車男) หรือ Train Man เป็นอะไรที่ฮิตถล่มทลายที่ญี่ปุ่นตอนต้นปี ออกทั้งเวอร์ชั่นหนัง ละครทีวี หนังสือการ์ตูน นิยายสารพัด ขายดิบขายดีแทบทุกเวอร์ชั่น... เป็นเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง จากเว็บบอร์ดที่มีอยู่จริง เป็นการเล่าเรื่องของตัวเอก ที่เป็น Otaku ไป post เว็บบอร์ดที่ชื่อ 2ch.net (นิ ชาแนลลุ) แล้วก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวเอามาแต่งเป็นนิยาย ขายเป็นหนังได้

ภาพด้านบนสุดคือเวอร์ชั่นละคร ที่ผมดูไป แล้วเอามาแนะนำ...

ส่วนอันนี้เป็นเวอร์ชั่นหนังโรง

อันนี้เป็นเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูน (Manga) ถ้าไปดูที่ Kinokuniya น่าจะมี ผมเห็นที่ Kino ที่นี่ก็มี

อันนี้เป็นเวอร์ชั่นที่มีคนแปลจากเว็บบอร์ดจริงๆเป็นภาษาอังกฤษ

มาอธิบายคำว่า Otaku ก่อน คนที่ไม่รู้จักจะได้เข้าใจ... ความจริงคอการ์ตูนเมืองไทยก็จะคุ้นกับคำนี้ดี
คนส่วนใหญ่จะแปล Otaku ว่า Nerd ในภาษาอังกฤษ เปิด dict บางทีก็เจอแบบนี้ แต่จริงๆผมมองว่ามันต่างกับ Nerd ของฝรั่งอยู่หน่อย
จริงๆคำว่า Otaku お宅 แปลว่าบ้าน เป็นคำที่ใช้เรียกพวกชอบอยู่ติดบ้าน อาจารย์ญี่ปุ่นผมบอกว่าจริงๆมันเหมือนคำว่า couch potato ของฝรั่งมากกว่า แต่ทีนี้พวกอยู่ติดบ้านเวลาแต่งตัว แล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอก สภาพมันเลยคล้าย Nerd กระมัง
ทีนี้ตอนนี้คำนี้มักจะใช้ในความหมายพวกติดเกม ติดการ์ตูน ญี่ปุ่น

โดยเฉพาะที่เมกานี่ พวกที่ชอบการ์ตูนญี่ปุ่นจะภูมิใจเรียกตัวเองว่า Otaku มาก...
คือพวกเมกันที่ชอบการ์ตูนญี่ปุ่น จะเอาไปใส่กับนิสัยเดิมของตัวเอง แล้วจะพยายามคิดว่า
ตัวเองรู้เรื่องดีกว่าคนอื่น แล้วจะชอบข่มกันว่าใครรู้จักการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า ผมเคยมี roommate เป็นเมกันที่พยายามจะเป็น Otaku บางทีก็ไม่เข้าใจเค้า ว่าจะมาข่มผมทำไมว่ารู้จักการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้..... ออกทะเลมาไกล... ไปหาเรื่องชาวเมกันอีกแล้ว แหะๆ ヽ(`Д´)ノ

ห้องพักสไตล์ Otaku

เอาหล่ะ กลับเข้าเรื่อง... พอดีว่าเดือนก่อนนู้น (นานแล้ว) ผมได้โหลดเรื่องนี้เวอร์ชั่นละครทีวีมาดู เพราะอยากรู้ว่าทำไมฮิตกันจังที่ญี่ปุ่น ปรากฎว่ามันสนุกจริงๆ ฮามาก... คือ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเน้นไปทางฮาอย่างเดียว ดูแล้วรู้สึกไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่ แต่ชอบมุขของเรื่อง มันตลก บ้าบอดี เหมือนดูการ์ตูนคนแสดง

เรื่องย่อ ... พระเอกของเรากลับจาก Akihabara (ย่านสวรรค์ของเหล่า Otaku และผม... ผมชอบเดินแถวนี้มาก เพลินสุดๆ) กำลังนั่งรถไฟกลับบ้าน ที่นั่งตรงข้ามก็เป็นสาวสวย ที่ใครๆในรถไฟก็พากันมอง...

และแล้วก็มีตาลุงเมามาเกะกะระรานเธอ นิสัยคนญี่ปุ่นก็คือตัวใครตัวมัน (อันนี้จริงสุดๆ ประสบกับตัวเอง วันหลังจะเล่าให้ฟัง) ไม่มีใครช่วยเธอเลย ตาลุงนั่นก็เริ่มระรานเธอไปเรื่อยๆ และแล้วพระเอกของเรา ที่หน้าตา และการแต่งตัวเสร่อสมเป็น Otaku ก็ใจดีสู้เสือ ลุกขึ้นไปห้ามแบบกร่อยๆ... _| ̄|○

แต่กลับทำให้นางเอกของเราเกิดประทับใจขึ้นมาซะงั้น ก็เลยขอที่อยู่พระเอก เพื่อจะได้ส่งของไปตอบแทน (เป็นปกติของคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นชอบส่งของ ชอบส่งจดหมาย) พอกลับบ้านพระเอกก็ตื่นเต้นมาก เลยเข้าเว็บบอร์ดไปเล่าให้คนในบอร์ดฟัง (ประมาณเล่าใน Pantip) ก็มีคนมาตอบกันเต็ม แล้วก็ขนานนามให้พระเอกว่า Densha Otoko (Train Man) ...

หลังจากนั้นพระเอกก็ได้ของขวัญจากนางเอก เป็นชุดถ้วยชา ยี่ห้อ Hermes พระเอกเราก็เอาไปเล่าในบอร์ดอีก... นางเอกเลยได้ฉายา เป็น Hermes.... เรื่องก็ดำเนินต่อไปให้ทั้ง 2 มาเจอกันอีก เนื่องจากพระเอกซื่อบื้อ ก็ต้องไปคอยขอคำแนะนำจากคนในบอร์ด ต้องคอยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังทุกๆวัน กลายเป็นที่มาของกระทู้ยอดฮิต เรื่องราวก็ดำเนินไปผ่านเว็บบอร์ด จนสุดท้าย ก็มีคนเอามาเขียนเป็นนิยาย

ผมชอบละครเรื่องนี้ที่ตัวประกอบ... คือ การสร้าง character ให้กับตัวละครแต่ละตัวที่เป็นพวกอยู่ในบอร์ด มันดูเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นมาก ผมว่าญี่ปุ่นนี่มีวิธีสร้างตัวละครที่น่าสนใจ คือ แต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์ที่ลงรากลึกไปได้มากๆเลย... ผมมองว่าวิธีคิดในการสร้างตัวละครของญี่ปุ่นนี่ค่อนข้างลึกซึ้ง ... สังเกตได้จากการสร้างตัวละครของการ์ตูนและเกม พวกนี้จะมีคู่มือออกมาคู่กันเลย ตัวละครตัวนี้เกิดวัน เดือน ปี อะไร ราศีอะไร กรุ๊ปเลือดอะไร บลาๆ เหมือนดูหน้าบันเทิงประวัติดารา... แล้วเอาเข้าจริงไม่ใช่ตั้งลอยๆ เพราะคนญี่ปุ่นมีความผูกผันกับข้อมูลพวกนี้ในการบ่งบอกลักษณะนิสัยคนด้วยกระมัง (อันหลังนี่เดา)....

ตัวละครประกอบในเรื่องนี้ ถึงแม้จะมีบทเหมือนคนที่อยู่แต่บนเน็ท แต่ละครสามารถสร้างตัวละคร ให้แสดงออกถึงลักษณะเฉพาะตัวได้อย่างสุดๆจริงๆ.... ยกตัวอย่าง เช่น คนในบอร์ดที่เป็นเด็กเรียน... ก็จะมีวิธีการนำเสนอหน้าตา การแต่งตัว วิธีให้คำแนะนำ ได้เป็นแบบที่เราคุ้นเคยจากในการ์ตูนญี่ปุ่น ว่านี่แหล่ะแบบนี้เลยเด็กเรียน.... หรือ คนที่เป็น programmer จะต้องมาแบบขรึมๆ ไม่ค่อยตอบ แต่พิมพ์เป็นพวกอักษรภาพ หรือ ถ้าเป็นตำรวจ เป็นนักเขียน จะต้องให้คำแนะนำแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ คือ มัน เป็นตัวแทนที่แบบเห็นแล้ว รู้สึกสัมผัสได้จากความคุ้นเคย ที่เคยคุ้นมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นนี่เอง พอมาประกอบกัน มันเลยดูฮาแบบแน่นๆ

จุดนึงที่เวลาดู ผมตั้งคำถามตลอด เนื่องจากว่าเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง แต่ก็คง make up ซะเยอะหล่ะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ไอตัวไม่ได้เรื่องแบบพระเอกนี่ หน้าตาไม่ดี ฐานะธรรมดา ทำงานห่วยๆ แต่งตัวเชยๆ แล้วก็ซื่อบื้อมากๆ พูดไม่เป็น ขี้อาย... แต่นางเอกที่แสนสวย ลูกผู้ดี มีชาติตระกูล เรียบร้อย หน้าที่การงานดี แทบจะ perfect ไปทุกอย่าง มาชอบกันได้ยังไง ? .... โลกเรายังมีเรื่องแบบนี้อีกเหรอ.... แนะนำผมคนสิ .... :P (´・ω・`)

แต่ก็นั่นแหล่ะ ละครเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นสไตล์ละครญี่ปุ่นที่เหมือนดูการ์ตูนญี่ปุ่น คือ ขาดอารมณ์จริงๆไปเยอะ มันจะออกแนวเวอร์ๆ ตามสไตล์เค้าหล่ะ จุดสาระจริงๆ ที่ละครพยายามนำเสนออยู่ที่ว่าพระเอกเราช่างเป็นคนที่มีความจริงใจเหลือเกิน จนทำให้นางเอกรักได้ จุดนี้เองที่ผมมองเห็นจุดเชื่อมโยงของตัวละครตัวนี้กับละครทั้งเรื่อง.... ผมมองตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ว่างเปล่าไร้สาระ... ลองนึกภาพว่าตัวละครนี้เป็นวงกลมที่โล่งๆ มีแต่ความไร้สาระ... แล้วก็ใส่ความจริงใจเข้าไปในวงกลมหน่วยนึง... ทีนี้ผมหันมามองละครทั้งเรื่อง เป็นวงกลม... ผมว่าละครเรื่องนี้ดูเป็นวงกลมโล่งๆ ว่างเปล่าๆ ที่ไร้สาระ... แต่ก็จะมองเห็นว่าในวงกลมนี้มีสิ่งที่เรียกว่าความจริงใจที่เรื่องนำเสนออยู่หน่วยนึงเช่นกัน

จากจุดข้างต้นทำให้ผมรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นมักมีวิธีคิดในแนวทางนี้ คือ คิดอะไรซ้อนเป็นวงซ้ำๆ ที่เชื่อมโยงกันแบบนัยยะ... พอดีช่วงที่ดู ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นก็มีการบ้านที่เป็นบทความให้อ่าน (Reading Comprehension) มันก็จะออกแนวนี้พอดี คือ เริ่มเรื่องมา และจบท้าย มันเหมือนวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น เป็นบทความที่ดูไม่มีจุดหมายเลย สรุปทั้งบทความไม่มีสาระอะไรแต่วิธีเขียนกลับเป็นจุดหมายในตัวมันเอง เพื่อที่จะให้จุดจบ link กลับไปที่จุดเริ่มต้น แบบซ้อนกันเป็นชั้น

ผมเห็นคนญี่ปุ่นชอบอธิบายอะไรด้วยวงกลม เลยลองอธิบายตัวอย่างละครแบบนั้นดูบ้าง... อาจารย์ญี่ปุ่นเคยอธิบายวิธีการแบ่งเขตจังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน พวกนี้ แกก็จะวาดเป็นวงกลมซ้อนๆกัน... เวลาวาดแผนที่ญี่ปุ่น แกก็วาดเป็นวงรี 4 วง เครื่องหมายถูกของญี่ปุ่นก็เป็นวงกลม.... ผมว่าคนญี่ปุ่นต้องผูกผันกับวงกลมแน่เลย ดูหน้าโดราเอมอนสิ.... ชักมั่วอีกแล้วผม.... :P ...(´・ω・`)


นักแสดงในเรื่องนี้น่ารักหลายคน อันนี้เป็นคำยืนยันจากผม และไอโจ๊ก TBx ถึงแม้ว่าจะเห็นต่างกันในเรื่องนางเอก... แต่ตัวละครเสริมน่ารักจริงๆ... ไอโจ๊กมันบอกเรื่องนี้มีผมแสดงด้วย... (ไปหากันเอาเอง) :P ...(´・ω・`)

ถ้าชอบดูอะไรฮาๆ แล้วก็ชอบพวกการ์ตูนญี่ปุ่นลองหามาดูสิคับ ผมว่าน่าจะชอบ...

∧_∧
(  ゚∀゚)
( つ  つ

ปปล. แปลกตรงที่ว่า Entry หาย แต่ว่า ภาพยังอยู่บน Server เหมือนเดิม ไม่ต้อง upload ใหม่ :?

2005/Sep/20

เพิ่งจะได้ดูหนังเรื่องนี้ไปคับ...

เหมือนได้พบของดีๆช้าไปอีกแล้ว...

แต่ยังดี...

ที่ตอนนี้, ได้พบมันแล้ว

อิม่ะ, ไอนิ ยูคิมาซึ.... ชื่ออังกฤษ Be With You

หนังเรื่องนี้น่ารักมาก... ครึ่งแรกที่นั่งดูหนัง นั่งยิ้มตลอดเลย :D

พอถัดมาเริ่มอึ้งๆ นิ่งๆ ซึมๆ

แล้วก็จบแบบยิ้มเหมือนตอนแรก...

ผมว่าหนังเรื่องนี้ลงตัวแบบพอดีๆ... แอบทำให้สงสัย และมีข้อกังขาในระหว่างที่ดูนิดหน่อย
แต่สุดท้ายหนังก็หาคำตอบให้ตัวเอง และจบแบบลงตัวดีมาก

ไม่ได้ดูหนังน่ารักแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน... แต่จะให้เขียนแบบให้คนที่ไม่ได้ดูอ่านก็ไม่รู้จะเขียนยังไง... ผมว่า.. หนังแบบนี้ต้องดูเองถึงจะรู้จะดีกว่า... เพราะผมก็รู้จักหนังเรื่องนี้จากคนอื่นที่บอกว่ามันดี น่าดู... แล้วผมก็รู้เพียงแค่นั้น... และผมก็คิดว่า ผมควรจะรู้แค่นั้นนั่นแหล่ะถูกแล้ว...

いま, この映画が 大好きです

2005/Sep/16

** UPDATE ** ลากไปอ่านด้านล่างสุด

หลังจากปล่อยให้ Controller ตัวใหม่สำหรับ Nintendo Nextgen หรือ Nintendo Revolution เป็นปัญหาคาใจผม และ gamer อีกหลายๆคนมานับปี

วันนี้ที่งาน Tokyo Game Show ... ซาโตรุ อิวาตะ ประธาน Nintendo ก็เปิดตัว Controller ปริศนาตัวนี้ออกมาแล้วคับ

และแล้ว Nintendo ก็ได้ใจผมไปอีกแล้ว... ถ้ารอบนี้ Nintendo ไม่พลาดเรื่องพันธมิตรค่ายเกม... อาจจะได้เห็น Nintendo Strikes Back ก็เป็นได้ หลังจากเดี้ยงไปกับ N64 และ GC ก็ไม่ค่อยรุ่งนัก

แตน... แต๊นนนนนนน!

มันคือ Remote TV ดีๆนี่เอง!!!!... ในรูปลักษณ์ดีไซน์สไตล์ iPod

ความพิเศษของ Controller ตัวนี้ อย่างที่เคยมีการเก็งกันไว้ ว่ามันน่าจะมีความสามารถในเชิง ไจโรสโคป... ซึ่งตัว Remote ที่เห็นนี่เอง มี sensor ที่รับตำแหน่งการเคลื่อนไหวได้... แปลว่าคุณสามารถกวัดแกว่งดาบของลิงค์ ใน Zelda โดยการ กวัดแกว่งเจ้า Remote ตัวนี้

เจ้านี่สามารถ detect ทิศทางไปข้างหน้า ถอยหลัง ซ้าย ขวา รอบตัว ดังนั้นคุณสามารถจับมันเหมือนเป็นเบ็ดตกปลา กระดกๆ มันขึ้นได้เวลาที่เล่นเกมตกปลาเลยหล่ะ

นอกจากนี้ถ้าจำเอียงมันขึ้นมาถือแบบปืน จะเห็นว่ามีปุ่ม B ด้านล่างใหญ่ๆ ปุ่มนั้นก็จะเหมือนเป็นไกปืน สำหรับเล่นเกม FPS ได้อีกต่างหาก....

นอกจากนี้จากความสามารถที่ว่า ทำให้มันทำหน้าที่เป็น mouse ที่ไม่ต้องการที่รอง คือคุณสามารถใช้เหมือน Mouse คอมพิวเตอร์ แต่วาดมันบนอากาศได้เลย.... ล้ำ....

โอ้ว... เท่ ซ๊า.....

นอกจากนี้ที่ตูดของเจ้านี่ ยังสามารถต่อพ่วงอุปกรณ์ที่จะออกมาผลาญเงินของเราๆได้อีก... อย่างภาพที่เห็น มันสามารถต่อเพิ่มส่วนของ Joy Analog ได้ ทำให้เสมือน Controller ของเครื่องยุคนี้ และยุคหน้าจากค่ายอื่นนั่นเอง

อ้อ ตัว Remote นี่ยังมาพร้อมกับระบบสั่นอีกด้วย... เพราะฉะนั้นก็ไม่น้อยหน้าค่ายอื่นๆเช่นกัน

ถ้าคุณเอา Remote นี่ พลิกด้านขวาง มันก็จะกลายเป็นจอยสุดคลาสสิก... ซึ่งก็คือ Joy ในตำนานตัวแรกแบบจอย Famicom นั่นเอง (แต่ท่าทางจะถือลำบากหน่อย)

มาคอยดูกันต่อไปว่าจะมีลูกเล่นอะไรเพิ่มเติมขึ้นอีก... และ Nintendo จะกลับมาเป็นเจ้า Console ได้อีกครั้งหรือไม่....!!!!

มีข่าวเพิ่มเติมคับ .... มัน.... ประกอบร่างได้ด้วย !!!!!

ภาพที่เห็น จะมีจอยหน้าตาเหมือน GC แต่ว่าจะสอดเจ้า Remote นี่เข้าไปได้
จอย GC ก็จะกลายเป็นจอย Wireless ไปโดยปริยาย ถึงหน้าตาจะดูเกะกะหน่อย
แต่มันก็เป็นลูกเล่นที่ WOW ดีคับ

และห้ามพลาด Clip นี้เด็ดขาด สุดๆ...
ตัวอย่างการใช้งาน Controller ตัวนี้ ที่ทำออกมาได้เก๋ และสมกับชื่อของมัน Revolution วงการ Console ไปเลย!!!!

อ่านข่าวเพิ่มเติม